สมัครสมาชิก
Forgot Password
ช่องทางรับข่าวสาร
more
แบบสำรวจความคิดเห็น

ท่านมีความพึงพอใจต่อเว็บไซต์สำนักโรคติดต่อทั่วไปในระดับใด?

โรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อนิปาห์ไวรัส (Encephalitis : Nipah virus) 09 ธ.ค. 2553 - 10575 ครั้ง


 



ไข้สมองอักเสบจากเชื้อนิปาห์ไวรัส (Encephalitis : Nipah virus)

 เชื้อไวรัสสมองอักเสบนิปาห์ (Encephalitis : Nipah virus) เป็นเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของการระบาดของโรคไข้สมองอักเสบในมาเลเซียที่ เริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคมพ.ศ.2541 จนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2542  พบมีผู้ป่วยทั้งสิ้น 265 ราย  เสียชีวิต 105 ราย  เชื้อไวรัสนี้ถูกตั้งชื่อตามชื่อหมู่บ้านสุไหงนิปาห์  Dr.Chua Kos Bing แพทย์ชาวมาเลเซียเป็นผู้แยกเชื้อไวรัสนี้ได้เป็นครั้งแรก  เดิมเรียกชื่อไวรัสนี้ว่า ไวรัสคล้ายเฮนดร้า (Hendra-Like Virus)  เพราะมีลักษณะคล้ายไวรัสเฮนดร้าที่แยกได้เป็นครั้งแรกที่ประเทศออสเตรเลียใน ปี 2537

 เชื้อไวรัสสมองอักเสบนิปาห์อยู่ใน Family Paramyxoviridae ซึ่งมีลักษณะคล้ายเชื้อไวรัสเฮนดร้า  มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 200-300 mm (nanometer) เป็น RNA virus มีโครงสร้างของ envelope รูปร่างของไวรัสจัดตัวเป็นลักษณะ spherical (ทรงกลมเหลี่ยม) และ elongated (แท่งยาว) โดยมี Capsid เรียงตัวแบบ helical symmetry  เชื้อไวรัสนิปาห์สามารถถูกทำลายได้ง่ายด้วยยาฆ่าเชื้อทั่วๆ ไป และสบู่หรือน้ำยาซักฟอก

  1.  อาการของโรคในผู้ป่วย  ระยะฟัก ตัวของโรคประมาณ 1-2 สัปดาห์  อาการในผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นอาการของโรคไข้สมองอักเสบ  มีรายงานเพียง 2 ราย ที่มีอาการทางระบบหายใจ   อาการเริ่มด้วยไข้สูง  ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เป็นอยู่ 3-14 วัน  ตามด้วยอาการซึม-สับสน ชักโคมาและเสียชีวิต อัตราป่วยตายด้วยโรคนี้ในคนประมาณร้อยละ 40  และพบว่าในคนมีการติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการได้
  2.  อาการของโรคในสุกร
    •  สุกรหย่านม (ตั้งแต่ 4 สัปดาห์ขึ้นไป) และสุกรขุน
      ไข้ สูง (อุณหภูมิมากกว่า 39.9oC) พร้อมกับอาการทางระบบทางเดินหายใจ ตั้งแต่หายใจเร็วและแรงขึ้น  หายใจลำบากต้องอ้าปากหายใจ  ไอแบบไม่มีเสมหะเสียงดังมาก  สามารถได้ยินแม้อยู่ในระยะไกล  อาการต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นอาจพบร่วมกับอาการทางระบบประสาทดังต่อไปนี้  กระตุก  ชักเกร็ง  ขาหลังอ่อนไมมีแรงยืน
    • สุกรพ่อพันธุ์ – แม่พันธุ์
      ไข้ สูง (อุณหภูมิมากกว่า 39.9oC) พร้อมกับอาการหายใจลำบากต้องอ้าปากหายใจ มีน้ำลายไหล   มีน้ำมูกซึ่งอาจมีเลือดปน    อาจพบสุกรพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ตายกระทันหันใน 24 ชั่วโมง โดยไม่แสดงอาการใดๆ  อาการต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นอาจพบร่วมกับอาการทางระบบประสาทดังต่อไปนี้  หัวชนฝา  กัดรายคอก  ชักเกร็ง  สำหรับแม่พันธุ์อาจแท้งในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งท้อง และลูกที่แท้งออกมาอาจพบความผิดปกติ เช่น สมองฝ่อได้
  3.  การติดต่อของโรค
    •  จากสุกรไปสุกร พบว่า การแพร่เชื้อไวรัสนิปาห์จากสุกรตัวหนึ่งไปยังสุกรอีกตัวหนึ่งเกิดขึ้นโดยการ สัมผัสโดยตรงกับเลือด  ปัสสาวะ  หรืออุจจาระของสัตว์ป่วยซึ่งมีเชื้อปนเปื้อนอยู่  นอกจากนี้ยังพบเชื้อไวรัสถูกขับออกมากับน้ำเชื้อ (semen) ของพ่อพันธุ์สุกรได้  การแพร่เชื้อโดยละอองที่เกิดจากการไอ (Coughing droplet)  อาจเป็นอีกทางหนึ่งของการติดต่อของโรคดังกล่าวในสุกร  แต่อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานว่าโรคสมองอักเสบนิปาห์แพร่จากฟาร์มสุกรหนึ่งไป ยังอีกฟาร์มหนึ่งโดยการแพร่ไปทางอากาศ (Airborne Transmission)
    •  จากสุกรไปยังสุนัขและแมวพบว่า การแพร่เชื้อไวรัสนิปาห์จากสุกรป่วยไปยังสุนัขหรือแมวเกิดขึ้นจากการกินซาก ของสัตว์ป่วยตาย  หรือกินวัสดุที่มีการปนเปื้อนเชื้อไวรัสปนเปื้อนมากับสิ่งคัดหลั่งของสัตว์ ป่วย เช่น  ปัสสาวะ เป็นต้น
    • จากสุกรไปคน จากประวัติของผู้ป่วยด้วยโรคสมองอักเสบในประเทศมาเลเซีย  พบว่า  ส่วนใหญ่เป็นคนงานในฟาร์มเลี้ยงสุกร และบางส่วนเป็นคนงานโรงฆ่าสุกร  ผู้ป่วยทุกคนมีประวัติสัมผัสโดยตรงกับสุกรมีชีวิต  ไม่มีรายงานการป่วยในกลุ่มบุคคลต่อไปนี้  ผู้บริโภคเนื้อสุกร  แพทย์  พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาผู้ป่วย  และยังไม่พบหลักฐานว่ามีการติดต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง
    • จากฟาร์มสุกรหนึ่งไปอีกฟาร์มหนึ่ง   ส่วนใหญ่มักเกิดจากการเคลื่อนย้ายสุกรป่วยหรือนำโรค  โดยพ่อค้าคนกลางที่ไปขอรับซื้อสุกรจากฟาร์ม
  4.  การวินิจฉัยโรค ในการตรวจวินิจฉัยโรคสมองอักเสบนิปาห์สามารถดำเนินการได้ 2 ลักษณะได้ 2 ลักษณะ คือ
    • ตัวอย่างเนื้อเยื่อที่พบว่าสามารถแยกหาเชื้อไวรัสได้ คือ ปอด  ทอนซิล  ไต  เลือด  น้ำไขสันหลังของผู้ป่วย
    • การตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสนิปาห์จากซีรั่ม
      วิธี ที่ใช้ในการตรวจสอบ คือ Enzyme-Linked Immunosorbent Assay (ELISA)  เพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกันชนิด IgM และ IgG  โดยเชื้อไวรัสนิปาห์ที่ใช้ในการทดสอบจะถูกฉายรังสี (irradiation) ให้ตายเสียก่อน      และตัวอย่างซีรั่มที่จะนำมาตรวจจะต้องผ่านการทำลายเชื้อไวรัสนิปาห์ที่อาจมี ปนเปื้อนด้วยการเติมสารเคมีชนิด Tween-20    และสารละลาย Triton ขนาด 100 เท่า    และอุ่นที่อุณหภูมิ 56 องศาเซลเซียส  เป็นเวลา 30 นาที  อย่างไรก็ตามการตรวจสอบ ELISA ที่ใช้อยู่ในขณะนี้ยังไม่มีความแม่นยำถึง 100%  จึงมี false positive และ false negative อยู่อีกจำนวนหนึ่งต้องอาศัยการตรวจยืนยันด้วย Serum Neutralization ซึ่งจำเป็นต้องใช้ไวรัสที่ยังมีชีวิตอยู่และจำเป็นต้องใช้ระบบความปลอดภัย สูงเช่นเดียวกัน

มาตรการควบคุมและป้องกันไข้สมองอักเสบจากเชื้อ Nipah Virus  ในคน

 
  1.  
    • สวมกางเกงขายาว  เสื้อแขนยาวสวมถุงมือและรองเท้าบู๊ท  ใส่แว่นตา ปิดผ้ากันจมูกในเวลาทำงาน
    • ชำระล้างเครื่องใช้เครื่องแต่งกายด้วยยาฆ่าเชื้อ   เช่น  คลอรีน  ไอโอดีน  เดทตอลหรือเซพลอน หลังใช้แล้วทุกครั้ง
    • ทำความสะอาดมือด้วยสบู่หลังจากเสร็จการชำแหละหรือหลังจากการสัมผัส        ซากสัตว์
    • ถ้าพบสัตว์ป่วยด้วยกลุ่มอาการไข้สมองอักเสบ  ให้ทำลายสัตว์ป่วย  สัตว์ร่วมฝูง  แล้วทำลายซากโดยการเผาหรือฝัง
    • ปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลในโรงฆ่าสัตว์ และคอกสัตว์
    • ห้ามเคลื่อนย้ายสุกร  ม้า  ที่มีชีวิตและซากเข้าออกจากจุดเกิดโรคในรัศมี 2 กิโลเมตร
    • เฝ้าระวังติดตามความผิดปกติหรือการเกิดโรคในสัตว์ โดยเฉพาะสุกรที่อยู่ในเขตติดต่อกับจุดเกิดโรค
  2.  บุคลากรทางการแพทย์ ใช้มาตรการการป้องกันการติดเชื้อ (Universal Precaution) ในการดูแลผู้ป่วย  การเก็บตัวอย่างส่งตรวจ  การตรวจชันสูตรโรค  และการทำลายตัวอย่างและสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย  ในกรณีการออกไปสอบสวนโรค  ให้ทำความสะอาดมือด้วยสบู่หลังจากการสัมผัสสัตว์หรือซากสัตว์ทุกครั้ง
  3. คนเลี้ยงสุกรในฟาร์ม   คนขนส่งสุกรมีชีวิต  คนงานโรคฆ่าสัตว์ ให้ใช้หลักสุขาภิบาลทั่วไป เช่น
  4. ประชาชนทั่วไป ใช้หลักสุขาภิบาลทั่วไป  โดยเน้นที่การล้างมือทุกครั้งด้วยสบู่เมื่อสัมผัสกับสัตว์  เนื้อสัตว์  ซากสัตว์  และห้ามรับประทานเนื้อสัตว์ดิบๆ สุกๆ
  5. ผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ  ให้ปฏิบัติตามระดับความปลอดภัยระดับ 4 (Lab-Biosafety Level 4)  ในสัตว์



ไฟล์ดาวน์โหลด

Credit by คุณ
88/21 สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์. 02 5903162 อีเมล์ nhubenja@gmail.com
Copyright @ 2013 www.thaigcd.ddc.moph.go.th All Rights Reserved. PrivacyPolicy | WebsitePolicy | WebsiteSecurityPolicy
Valid XHTML 1.0 Strict thaiwebaccessibility.com
Back to Top