สมัครสมาชิก
Forgot Password
ช่องทางรับข่าวสาร
more
แบบสำรวจความคิดเห็น

ท่านมีความพึงพอใจต่อเว็บไซต์สำนักโรคติดต่อทั่วไปในระดับใด?

โรคไวรัสตับอักเสบ เอ 08 ก.พ. 2560 - 1384 ครั้ง

โรคไวรัสตับอักเสบ (Viral hepatitis)

โรคไวรัสตับอักเสบ เอ (Hepatitis A) เป็นโรคไวรัสตับอักเสบที่สำคัญ โรคหนึ่งนอกจากไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี พบบ่อยในพื้นที่ที่ขาดการสาธารณสุขที่ดี โดยเฉพาะในเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้และพบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ สถานการณ์โรคไวรัสตับอักเสบ เอ รายงานข้อมูลการเฝ้าระวังโรคจากสำนักระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1-26 มกราคม 2560 พบผู้ป่วยแล้ว 32 ราย จาก 15 จังหวัด แต่ยังไม่พบผู้เสียชีวิต โดยกลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 45-54 ปี จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรกคือ ตราด ตาก อำนาจเจริญ พะเยา กรุงเทพมหานคร ตามลำดับ ส่วนภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ตามลำดับ

       
       

 

 

 

 

 

 


โรคไวรัสตับอักเสบ เอ (Viral hepatitis A) หรือชื่อเดิมคือ “Infectious hepatitis”ไวรัสตับอักเสบ เอ เป็นโรคพบบ่อยทั่วโลกประมาณ 1.4 ล้านคนต่อปี โดยเฉพาะในประเทศยังไม่พัฒนาและกำลังพัฒนา เพราะยังขาดการสาธารณสุขที่ดี โดยเฉพาะในเรื่องน้ำดื่มและ น้ำใช้เป็นโรคพบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ ทั้งนี้ เพศหญิงและเพศชายมีโอกาสเกิดโรคนี้ใกล้เคียงกัน โรคไวรัสตับอักเสบ เอ เกิดจากตับติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบ เอ (Hepatitis A Virus หรือเรียกย่อว่า HAV) โดยเชื้อผ่านเข้าร่างกายทางปาก เข้าสู่กระแสเลือด/กระแสโลหิต แล้วจึงเข้าสู่ตับ เชื้อในตับจะปนเปื้อนในน้ำดีจากตับเข้าสู่ลำไส้ และปนมาในอุจจาระ เมื่อคนได้รับอุจจาระที่มีเชื้อไวรัสซึ่งปนเปื้อน และปนเปื้อนในอาหารและน้ำดื่ม จึงเกิดโรคไวรัสตับอักเสบ เอ ดังนั้น ไวรัสตับอักเสบ เอ จึงเป็นโรคติดต่อทาง “อุจจาระสู่ปาก (Fecal-Oral route)”เชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ • สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานเป็นเดือนในน้ำดื่มที่ไม่สะอาด น้ำทะเล น้ำเสีย และในดิน • ไม่สามารถฆ่าให้ตายด้วย ผงซักฟอก สบู่ สารคลอโรฟอร์ม (Chloroform) ความแห้งแล้ง และการแช่แข็ง แต่ฆ่าให้ตายได้ด้วยแสง ยูวี (UV, Ultraviolet light) หรือ แสงแดด สารคลอรีน (Chlorine) สารฟอร์มาลิน (Formalin) และด้วยอุณหภูมิสูงตั้งแต่ 85 องศาเซลเซียส (Celsius) ขึ้นไป

• ไวรัสตับอักเสบ เอ เป็นโรคติดต่อได้ง่าย จึงมีการระบาดได้ง่าย โดยสามารถติดต่อได้จากการกิน และ/หรือ ดื่ม อาหารและ/หรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนอุจจาระที่มีเชื้อนี้อยู่ ซึ่งเชื้อมักอยู่ในอาหารที่ปรุงไม่สุก สุกๆดิบๆ สด อาหารทะเล โดยเฉพาะหอยลวก ปู ผักสด และน้ำดื่มที่ไม่สะอาด โดยเฉพาะในน้ำแข็ง

• ผู้ป่วยมักมีอาการภายหลังการได้รับเชื้อประมาณ 2 - 6 สัปดาห์ เฉลี่ยประมาณ 28 วัน (ระยะฟักตัว) ในผู้ป่วยผู้ใหญ่สามารถแพร่เชื้อ (ทางอุจจาระ) ได้ โดยเริ่มตั้งแต่ประมาณ 10 วันก่อนเริ่มมีอาการไปจนถึงประมาณ 1 สัปดาห์หลังมีตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) แต่ในผู้ป่วยเด็ก การแพร่เชื้อทางอุจจาระมีไปตลอดระยะเวลาที่เด็กยังมีอาการตา/ตัวเหลือง หรืออาจนานถึง 6 เดือน (ในเด็กบางคน) อย่างไรก็ตามในช่วงระยะฟักตัว โรคอาจติดต่อทางการให้เลือดได้ (เป็นช่วงมีไวรัสในเลือด) แต่เป็นวิธีติดต่อที่เกิดขึ้นได้น้อยมาก

• โรคไวรัสตับอักเสบ เอ มักเป็นการอักเสบติดเชื้อเฉียบพลัน ไม่ค่อยเปลี่ยนรุนแรง เป็นการอักเสบเรื้อรัง หรือโรคตับแข็ง และไม่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งตับ ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ เอ มักมีอาการอยู่ทั้งหมดประมาณ 8 สัปดาห์ และมักจำเป็นต้องหยุดงานเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโดยเฉพาะผู้สัมผัสอาหาร ในช่วงมีอาการมากเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 30 วัน ในเด็กเล็กมักไม่มีอาการ แต่เป็นผู้แพร่เชื้อ (เป็นพาหะโรค) ส่วนเด็กโตและในผู้ใหญ่อาการที่พบบ่อย คือ มีอาการคล้ายโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ มีไข้ (มีได้ทั้งไข้สูงหรือไข้ต่ำ) ปวดศีรษะ ปวดเนื้อตัว เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสีย หลังจากนั้น 3 - 7 วัน เมื่ออาการคล้ายโรคหวัดทุเลาลง จะมีตัว/ตาเหลือง (ดีซ่าน) จากมีสารสีเหลือง (บิลิรูบิน หรือ Bilirubin) ในน้ำดีของตับ ท้นเข้ากระแสเลือด มีปัสสาวะสีเหลืองเข็มจากสารสีเหลืองเพิ่มมากในปัสสาวะ (ร่างกายกำจัดสารนี้ออกทางไต/ทาง ปัสสาวะ, ปัสสาวะจึงมีสีเหลืองเข็มเพิ่มขึ้น) อุจจาระอาจมีสีซีดจากขาดสารสีเหลือง (เพราะน้ำดีจะคั่งอยู่ในตับจากเซลล์ตับเสียการทำงาน จึงไม่มีน้ำดีไหลจากตับลงสู่ลำไส้ตามปกติ หรือไหลลงสู่ลำไส้ได้น้อย ซึ่งสีเหลือง/น้ำตาลของอุจจาระเกิดจากสารตัวนี้) แต่เมื่อการอักเสบของตับค่อยๆลดลง อาการตัว/ตาเหลืองจึงค่อยๆลดลงไปด้วยตามลำดับ นอกจากนั้น อาจคลำพบมี ตับ ม้ามโต และ/หรือ มีต่อมน้ำเหลืองด้านหลังลำคอโต คลำได้เจ็บเล็กน้อย และในขณะมี ตัว ตาเหลือง อาจมีอาการคันได้ จากสารสีเหลืองในเลือดก่อการระคายต่อผิวหนัง

การรักษาโรค การรักษาประคับประคองตามอาการที่สำคัญคือ พยายามพักการทำงานของตับโดยพักผ่อนให้มากๆ การหยุดงานจะช่วยให้หายเร็วขึ้น ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติเพื่อขับสารสีเหลืองออกทางปัสสาวะ อย่างน้อยวันละ 6 - 8แก้ว (เมื่อไม่มีโรคต้องจำกัดน้ำดื่ม) งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพราะเพิ่มการทำลายเซลล์ตับ กินอาหารอ่อน (อ่านเพิ่มเติมใน ประเภทอาหารทางการแพทย์) มื้อละน้อยๆ แต่กินให้บ่อยขึ้น พยายามอย่าให้ร่างกายขาดอาหาร กินยาบรรเทาอาการต่างๆเฉพาะตามแพทย์แนะนำเท่านั้น ไม่ซื้อยากินเอง เพราะยาอาจเพิ่มผล ข้างเคียงต่อตับทำลายเซลล์ตับเพิ่มขึ้น เมื่อมีอาการคันใช้ยาทาบรรเทาอาการคันภายนอก เช่น ยาคาลาไมด์ และใช้โลชันชนิดอ่อนโยน(สำหรับเด็กอ่อน) ทาผิวกายภายหลังการอาบน้ำ ไวรัสตับอักเสบ เอ เป็นโรคไม่รุนแรง มักหายได้เสมอ และดังกล่าวแล้ว มักไม่เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคตับแข็งและโรคมะเร็งตับ แต่น้อยรายโรคอาจรุนแรง ซึ่งที่รุนแรงมักพบในผู้สูงอายุ และในคนสุขภาพไม่แข็งแรงอยู่ก่อนแล้ว (มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคผิดปกติ) ทั้งนี้ไวรัสตับอักเสบ เอ เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้จากภาวะตับล้มเหลวประมาณ 0.5% ควรพบแพทย์เสมอเมื่อมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหารมาก ตัว/ตาเหลือง (ดีซ่าน) และควรต้องรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเมื่ออาการต่างๆเลวลง เช่น อาเจียนมาก อ่อนเพลียมาก กินไม่ได้ และ/หรือ มีไข้สูง

การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ เอ คือ พักการทำงานของตับ ดังกล่าวแล้วในหัวข้อการรักษา นอกจากนั้น คือ การป้องกันโรคแพร่กระจายสู่ผู้อื่น และการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อช่วยให้ตับฟื้นตัวได้เร็วและได้ดี ซึ่งทั้งสองประการคือ การรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) กินอาหารสุกสะอาด ดื่มน้ำสะอาด รักษาความสะอาดเครื่องใช้ทุกชนิด แยกของใช้ส่วนตัวต่างๆ รวมทั้ง จาน ชาม ช้อน และแก้วน้ำ และรักษาความสะอาดในการขับถ่าย

การป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ เอ ที่สำคัญคือ

  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ)
  • กินอาหารปรุงสุกอย่างทั่วถึงเสมอ ดื่มแต่น้ำสะอาดไว้ใจได้ และระมัดระวังการกินน้ำแข็ง
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ เอ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงเช่น ผู้ให้บริการสาธารณสุข คนทำงานในร้านอาหาร สถานพยาบาล โรงเรียนอนุบาล

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422 หรือ

กลุ่มควบคุมภารกิจโรคติดต่อ โทร. 0-2590-3183

งานสื่อสารสาธารณะ สำนักโรคติดต่อทั่วไป

โทร. 0-2590-3183  โทรสาร. 0-2951-0918

ไฟล์ดาวน์โหลด

  1. (ดาวน์โหลดทั้งสิ้น 374 ครั้ง)
Credit by คุณ ภิญญาดา ดอนนนท์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์
88/21 สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์. 02 5903162 อีเมล์ nhubenja@gmail.com
Copyright @ 2013 www.thaigcd.ddc.moph.go.th All Rights Reserved. PrivacyPolicy | WebsitePolicy | WebsiteSecurityPolicy
Valid XHTML 1.0 Strict thaiwebaccessibility.com
Back to Top