สมัครสมาชิก
Forgot Password
ช่องทางรับข่าวสาร
more
แบบสำรวจความคิดเห็น

ท่านมีความพึงพอใจต่อเว็บไซต์สำนักโรคติดต่อทั่วไปในระดับใด?

ข่าวประชาสัมพันธ์ ThaiGCD
29 พ.ค. 2557 - ()

การป้องกัน ควบคุมโรคอาหารเป็นพิษในโรงเรียน uploads/pdf/Food-Point%20in%20School%20280557.doc

จากปัญหาการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษในโรงเรียน การป้องกันและแก้ไข ควรมุ่งเน้นไปจัดการที่ปัจจัยเสี่ยง ซึ่งครูจึงมีบทบาทสำคัญในการควบคุม ป้องกัน โรคอาหารเป็นพิษในโรงเรียน ตลอดจนการดูแลให้สุขศึกษาและร่วมทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีส่วนร่วม มีความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนพฤติกรรมในการบริโภคอาหารที่ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งสุขอนามัยส่วนบุคคลของนักเรียน เช่น กินร้อน ช้อนกลาง ล้างลดพฤติกรรมเสี่ยงในการเก็บพืชพิษ เช่น เมล็ดสบู่ดำ เห็ดพิษและอื่นๆ มารับประทาน

28 พ.ค. 2557 - ()

การเลือกนมในโรงเรียนให้ปลอดภัย uploads/pdf/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%A1%20270557.doc

นมเป็นอาหารธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง การเลือกและเก็บรักษานมเพื่อคงคุณภาพให้ปลอดภัยต่อการบริโภคจึงเป็นเรื่องสำคัญ ถึงแม้ว่านมจะมีขั้นตอนการผลิตมากมาย และโรงเรียนซึ่งอยู่จุดหมายปลายทางของนมโรงเรียนแต่มีความสำคัญสูงสุด จำเป็นที่ครูทุกคนต้องดูแลอย่างเข็มงวดเพื่อคุณภาพและความปลอดภัยของนม ก่อนที่จะตรวจรับนมจากการขนส่ง ควรมีการตรวจสอบคุณภาพของนมก่อน และเมื่อตรวจรับนมเรียบร้อยแล้ว การเก็บรักษานมอย่างถูกวิธีก่อนที่จะให้เด็กดื่มก็เป็นสิ่งสำคัญ

15 พ.ค. 2557 - ()

โรค มือ เท้า ปาก uploads/pdf/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%20%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%20%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%20150557.doc

โรค มือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อไวรัสลำไส้ หรือ เอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) หลายชนิด พบบ่อยในเด็กทารกและเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี ซึ่งจะมีอาการรุนแรงมากกว่าเด็กโต เกิดได้ประปรายตลอดทั้งปี และจะพบเพิ่มขึ้นในหน้าฝนซึ่งอากาศเย็นและชื้น โดยเชื้อที่รุนแรงที่สุดคือ เอนเทอโรไวรัส 71 หรือเรียกสั้นๆ ว่าเชื้อ อีวี 71 ที่มีการระบาดรุนแรงในประเทศเพื่อนบ้าน ในประเทศไทยพบเชื้ออีวี 71 ร่วมกับเอนเทอโรไวรัสตัวอื่นๆด้วย แต่ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ที่ไม่รุนแรง ปัจจัยหลักที่โน้มนำให้เกิดการระบาด มาจากความแออัดสุขอนามัยสิ่งแวดล้อม ระบบการถ่ายเทอากาศไม่ดี และสุขวิทยาส่วนบุคคลบกพร่อง ซึ่งมักเกิดตามสถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียนอนุบาล เป็นต้น

14 พ.ค. 2557 - ()

“โรคอีสุกอีใส” โรคติดต่อที่พบบ่อยในเด็กนักเรียน uploads/pdf/%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%AA.doc

โรคอีสุกอีใส (Chickenpox หรือ Varicella) เป็นโรคติดต่อที่พบบ่อยในเด็กโรคหนึ่ง เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับชนิดที่ทำให้เกิดงูสวัด ที่มีชื่อว่า วาริเซลลาซอสเตอร์ ไวรัส (Varicella-Zoster virus) หรือ เรียกย่อว่า VZV/ วีซีวี ไวรัส) ซึ่งพบได้ในเด็กตั้งแต่อายุประมาณ 1 ปี ไปจนถึงอายุประมาณ 12 ปี และพบได้ในทุกอายุ ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โอกาสเกิดใกล้เคียงกันทั้งในผู้หญิงและในผู้ชาย โรคอีสุกอีใส เป็นโรคติดต่อได้ง่ายโดยการหายใจเอาละอองอากาศที่มีเชื้อปนอยู่เข้าไป รวมถึงเกิดจากการสัมผัสเชื้อจากผู้ป่วย จากละอองการไอ จาม การสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง สัมผัสผื่นที่ผิวหนัง และ/หรือ น้ำเหลืองจากตุ่มน้ำของโรค รวมไปถึงการสัมผัสเสื้อผ้า สิ่งของ เครื่องใช้ต่าง ๆ ของผู้ป่วย

01 พ.ค. 2557 - ()

ป้องกัน “โรคพยาธิใบไม้ตับ” ลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งท่อน้ำดี uploads/pdf/%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%9A%20%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%20170457.doc

โดยทั่วไปสาเหตุของโรคพยาธิใบไม้ตับเกิดจากกินปลาน้ำจืดเกล็ดขาว เช่น ปลาตะเพียน ปลาขาวน้อย ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อย ปลากระสูบ แบบดิบๆ หรือสุกๆ ดิบๆ โดยทำเมนูก้อยปลาดิบ พล่าปลาดิบ ปลาส้ม ปลาร้าดิบ ซึ่งปลาดิบเหล่านี้จะมีตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับอาศัยอยู่ที่เนื้อปลาและเกล็ดใต้ครีบปลา เมื่อคนกินอาหารที่ปรุงจากปลาดิบเข้าไปจะได้รับตัวอ่อนพยาธิระยะติดต่อเข้าไป เมื่อถึงลำไส้เล็กตัวอ่อนพยาธิจะไชออกจากถุงหุ้มตัว เดินทางไปถึงท่อน้ำดีส่วนปลายที่อยู่ในตับเจริญเป็นตัวเต็มวัย และวางไข่พยาธิขับออกมากับน้ำดีและปนอุจจาระออกมา ผู้ที่เป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ หากไม่ถ่ายอุจจาระลงส้วม จะแพร่ไข่พยาธิลงไปในดินและน้ำ และเข้าไปอยู่ในเนื้อหรือที่เกล็ดของปลาน้ำจืดเป็นวงจรต่อเนื่อง

09 เม.ย 2557 - ()

อาหารเป็นพิษจากเชื้อสแต็ปฟีโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) uploads/pdf/Food%20pointsonning%20Staphylococcus%20aureus040457(1).doc

สแต็ปฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เป็นแบคทีเรียก่อโรคที่สำคัญในอาหารมีรูปร่างเป็นทรงกลม อยู่รวมกันเป็นพวงคล้ายพวงองุ่น หรือเป็นคู่ ไม่สร้างสปอร์ ไม่เคลื่อนที่ เจริญได้ทั้งในที่มีอากาศและไม่มีอากาศ แต่เจริญได้ดีกว่าในสภาวะที่มีอากาศ ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเติบโตคือ 35 - 40 องศาเซลเซียส pH 7-7.5 สแต็ปฟิโลคอคคัส ออเรียส บางสายพันธุ์ผลิตสารพิษที่เรียกว่า เอนเทอโรทอกซิน (enterotoxin) ที่ทำให้อาหารเป็นพิษ โดยสารพิษที่สร้างมีสมบัติพิเศษ คือ ทนความร้อนได้ดี เชื้อชนิดนี้จะมีชีวิตอยู่ได้ในอากาศ ฝุ่นละออง ขยะมูลฝอย น้ำ อาหารและนม อาหารบรรจุเสร็จ รวมทั้งพบในคนและสัตว์โดยจะพบอยู่ตามทางเดินหายใจ ลำคอ เส้นผมและผิวหนัง ตลอดจนผู้ประกอบอาหาร รวมทั้งในขั้นตอนของการบรรจุและสภาพแวดล้อมภายนอกนั้นก็เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนได้

09 เม.ย 2557 - ()

ข่าว บทความ สาระความรู้ ที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ บน FACEBOOK สำนักโรคติดต่อทั่วไป uploads/pdf/FacebooK%20News%20GCD.doc

1.เรื่อง : โรคเลปโตสไปโรสิส (โรคไข้ฉี่หนู)วันที่เผยแพร่ : 14 มกราคม 2557 2.เรื่อง : สำนักโรคติดต่อทั่วไปเตือน ประชาชนระวัง “โรคอุจจาระร่วง” ช่วงฤดูหนาววันที่เผยแพร่ : 15 มกราคม 2557 3.เรื่อง : สำนักโรคติดต่อทั่วไปเตือน ระวัง “โรคอาหารเป็นพิษ” ในโรงเรียนวันที่เผยแพร่ : 20 มกราคม 2557 4.เรื่อง : ไวรัสโนโร วันที่เผยแพร่ : 20 มกราคม 2557 5.เรื่อง : โรคไวรัสตับอักเสบ เอ (Hepatitis A) วันที่เผยแพร่ : 29 มกราคม 2557 6.เรื่อง : โรคไวรัสตับอักเสบ บี (Hepatitis B) วันที่เผยแพร่ : 29 มกราคม 2557 7.เรื่อง : โรคไวรัสตับอักเสบ ซี (Hepatitis C) วันที่เผยแพร่ : 29 มกราคม 2557 8.เรื่อง : อหิวาตกโรค วันที่เผยแพร่ : 3 กุมภาพันธ์ 2557 9.เรื่อง : ผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดต่อ การปฐมพยาบาลในสถานกักตัวคนต่างด้าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรุงเทพมหานคร วันที่เผยแพร่ : 24 กุมภาพันธ์ 2557

26 ก.พ. 2557 - ()

บาซิลัส ซีเรียส แบคทีเรียที่มากับอาหาร uploads/pdf/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%AA%20%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%AA%20210257.doc

บาซิลลัส ซีเรียส (Bacillus Cereus) เป็นแบคทีเรียทีมีลักษณะเป็นรูปท่อนตรง สร้างสปอร์ ขับสารพิษออกมาขณะปนเปื้อนอยู่ในอาหาร สามารถเติบโตได้ดีในสภาพที่มีออกซิเจนและจะสร้างสารพิษที่ทนต่อความร้อนได้เมื่ออยู่ภายใต้สภาพทีมีออกซิเจนน้อย แบคทีเรียชนิดนี้จะไม่เจริญที่อุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซียสเซียส และสูงกว่า 55 องศาเซลเซียส ซึ่งแหล่งที่มาของเชื้อนี้สามารถพบได้ทั่วไปตามธรรมชาติ ในดิน ฝุ่นละออง ผลิตภัณฑ์จากพืช ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากแป้ง เช่น ข้าว ธัญพืช แป้ง และเครื่องเทศเครื่องปรุงแต่งรสต่าง ๆ เช่น ซอส ครีม เนย เป็นต้นนอกจากนี้ยังพบในอุจจาระของคนได้อีกด้วย โดยเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ จากการรับประทานอาหารทีมีการปนเปื้อน

21 ก.พ. 2557 - ()

ดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างปลอดภัย ห่างไกล “โรคพิษสุนัขบ้า” uploads/pdf/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%82%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%20200257(1).doc

ในช่วงฤดูร้อนของทุกปี โรคพิษสุนัขบ้า หรือ โรคกลัวน้ำ เป็นโรคหนึ่งที่ประชาชนมักให้ความสนใจ เนื่องจากโรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่เป็นอันตราย ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ เรบีส์ ไวรัส (Rabies) โรคนี้สามารถพบได้ตลอดทั้งปี และปัจจุบันยังไม่มีทางรักษาให้หายได้ สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะในสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัขและแมว ที่มีผู้เลี้ยงเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ เช่น หนู ลิง ชะนี กระรอก และค้างคาว ก็เป็นตัวก่อโรคพิษสุนัขบ้าได้

04 ก.พ. 2557 - ()

อาหารเป็นพิษ จากน้ำหมักชีวภาพ (เชื้อโคลิฟอร์ม - อี.โคไล)

เชื้อโคลิฟอร์ม และ อี.โคไล โดย โคลิฟอร์ม แบคทีเรีย พบอยู่ทั่วไปตามดิน น้ำ พืชผัก มีได้ไม่เกิน 1,100 ตัวต่ออาหาร 1 กรัม ซึ่งถ้าตรวจพบในน้ำแสดงว่าน้ำไม่ปลอดภัย และอาจมีเชื้อโรคอยู่ในน้ำ หรือบางครั้งจะพบเชื้อโรคได้ในอาหารเนื่องจากความไม่สะอาดของภาชนะ อุปกรณ์ที่ใช้ การหยิบจับอาหาร วิธีการล้างอาหารดิบไม่สะอาดพอ รวมถึงกรรมวิธีการปรุงอาหารทำลายเชื้อได้ไม่หมด ส่วนเชื้อ เชื้ออี.โคไล E. coli (Escherichia coli) เป็นแบคทีเรียรูปร่างเป็นท่อน อาศัยอยู่ในลำไส้คนและสัตว์ พบเป็นจำนวนมากในอุจจาระ แต่ไม่พบในปัสสาวะ เชื้ออี.โคไล มีความสำคัญในการตรวจเพื่อควบคุมคุณภาพของอาหารและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยใช้เป็นตัวบ่งชี้ที่บ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์มีการปนเปื้อนของสิ่งปฏิกูลหรือไม่ การตรวจพบ อี.โคไล ในอาหารและน้ำจึงแสดงว่ามีการปนเปื้อนอุจจาระที่บอกถึงลักษณะสุขาภิบาลการผลิตของอาหารและน้ำนั้นไม่สะอาดพอ และมีแนวโน้มที่จะมีแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคทางเดินอาหารชนิดอื่นปนเปื้อน

04 ก.พ. 2557 - ()

เมลิออยด์ โรคที่คนไทยอย่ามองข้าม

โรคเมลิออยโดสิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรียแกรมลบชนิดแท่งชื่อ Burkholderia pseudomallei เป็นเชื้อพบได้ในดินและแหล่งน้ำธรรมชาติโดยเฉพาะในนาข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เชื้อ B. pseudomallei เป็นเชื้อแบคทีเรียที่มีความคงทนและสามารถปรับตัวให้เจริญเติบโตในสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันมากได้เป็นอย่างดีสามารถเจริญเติบโตได้ในธรรมชาติที่อุณหภูมิระหว่าง 15-42 องศาเซลเซียสและในดินหรือน้ำที่มีค่า pH ตั้งแต่ 2.8-9 สามารถเพาะแยกเชื้อได้จากชั้นใต้ดินที่ความลึกต่างๆมากกว่าบริเวณผิวดินการศึกษาในถิ่นระบาดที่ประเทศออสเตรเลียพบว่า สามารถแยกเชื้อได้จากชั้นดินลึกถึง 24- 45 ซม. จากผิวดินเช่นเดียวกับการศึกษาในประเทศไทยที่พบว่าสามารถแยกเชื้อชนิดนี้จากชั้นดินที่ลึกถึง 90 ซม. จากผิวดิน

04 ก.พ. 2557 - ()

คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum)

ผู้ที่ได้รับเชื้อ คลอสตริเดียม โบทูลินัม จะมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียน อาเจียน ปาก คอแห้ง เจ็บในลำคอ ปวดบิดในท้อง ท้องเดิน ในรายที่เป็นมาก พิษของเชื้อจะขัดขวางการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการตาพร่ามัว หนังตาตก รูม่านตาขยาย อาจทำให้เห็นภาพซ้อน กลืนน้ำลายไม่ได้ น้ำลายฟูมปาก พูดอ้อแอ้ แขนขาอ่อนแรงทั้งสองข้าง หายใจลำบาก เนื่องจากกล้ามเนื้อช่วยหายใจเป็นอัมพาต และอาจตายภายใน 24 ชั่วโมง หากเกิดอาการแทรกซ้อนกล้ามเนื้อเป็นอัมพาต ทำให้หยุดหายใจ

03 ก.พ. 2557 - ()

อหิวาตกโรค (Cholera) uploads/pdf/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%20310157.doc

เชื้ออหิวาตกโรคเป็นเชื้อที่สามารถอยู่ในอุจจาระได้นาน 7-14 วัน อาจพบเชื้อได้ในอาหารทะเล โดยเฉพาะหอยหรือสาหร่าย นอกจากนี้เชื้ออาจปนเปื้อนในอาหารและน้ำ อาการป่วยจะเริ่มเมื่อกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อน หลังได้รับเชื้อแล้ว 2-3 ชั่วโมง ถึง 5 วัน ทั้งนี้ขึ้นกับปริมาณเชื้อที่ได้รับและความรุนแรงของเชื้อซึ่งมีหลายชนิดมีความรุนแรงต่างกัน โดยอาการสำคัญคือ ท้องเสียเฉียบพลัน อุจจาระมีสีขาวเหมือนน้ำซาวข้าวปริมาณมาก และมีกลิ่นเหม็นเหมือนคาวปลา อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย แต่มักไม่มีไข้ เนื่องจากเมื่อเชื้อผ่านจากกระเพาะอาหารเข้าสู่ลำไส้เล็ก เชื้อจะเจริญเติบโตและสร้างสารพิษ ซึ่งส่งผลให้ผนังลำไส้เล็กอักเสบไม่สามารถดูดซึมน้ำและเกลือแร่และกระตุ้นให้น้ำและเกลือแร่ในร่างกายซึมออกมาในลำไส้เล็กทำให้เกิดอาการท้องเสียเป็นน้ำ โดยไม่มีมูกเลือด

29 ม.ค. 2557 - ()

HapatitisC uploads/pdf/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%9A%20%E0%B8%8B%E0%B8%B5%20(Hepatitis%20C).doc

ไวรัสตับอักเสบ ซี เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของโรคตับอักเสบ เกิดจากการได้รับเลือดหรือผลิตภัณฑ์จากเลือดที่มีเชื้อ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี พบในประชากรทั่วไปประมาณร้อยละ 2 ของคนที่มาบริจาคเลือด โรคนี้สามารถติดต่อได้ทางเลือดและน้ำเหลือง สารคัดหลั่ง หรือทางเลือดซึ่งอาจเกิดจากการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การสักตามร่างกาย หากทำโดยผู้ที่ขาดความรู้และใช้เครื่องมือที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อโรคหรือใช้อุปกรณ์ที่ใช้แล้วและไม่มีความสะอาดเพียงพอก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ นอกจากนี้อาจติดเชื้อได้ทางเพศสัมพันธ์ แต่จะไม่ติดต่อการไอ จาม การรับประทานอาหาร การใช้ถ้วยชามร่วมกัน และไม่ติดต่อจากแม่สู่ลูกโดยการให้นมบุตร ที่สำคัญหลังจากป่วยเป็นตับอักเสบแล้ว ก็มีแนวโน้มจะเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ที่นำไปสู่การเป็นโรคตับแข็งภายใน 10-20 ปี บางส่วนอาจกลายเป็นมะเร็งตับในอนาคต

29 ม.ค. 2557 - ()

HapatitisB uploads/pdf/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%9A%20%E0%B8%9A%E0%B8%B5%20(Hepatitis%20B).doc

เชื้อไวรัสตับอักเสบบี ติดต่อได้จากการได้รับเชื้อซึ่งปนเปื้อนมากับน้ำเหลืองของผู้ป่วย ผ่านทางผิวหนังที่เป็นบาดแผล หรือผ่านทางเยื่อบุ ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบบ่อยคือ จากแม่สู่ลูก รวมทั้งการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน และผ่านช่องทางต่าง เช่น การสัก การเจาะหู การใช้มีดโกน กรรไกรตัดเล็บ หรือทางเพศสัมพันธ์ และจากการใช้อุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ เช่น การฝังเข็ม โรคไวรัสตับอักเสบบี ติดเชื้อได้ง่ายกว่าโรคเอดส์ เพราะปริมาณของเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในเลือดสูงกว่าไวรัสเอดส์มาก และที่สำคัญผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังมักจะไม่มีอาการหรือกว่าจะแสดงอาการก็มักมีระยะโรคที่เป็นมากแล้ว จึงถือได้ว่าเป็นภัยเงียบสู่การเป็นมะเร็งตับได้

29 ม.ค. 2557 - ()

HapatitisA uploads/pdf/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%9A%20%E0%B9%80%E0%B8%AD%20(Hepatitis%20A).doc

เชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ เป็นเชื้อไวรัสกลุ่ม picornavirus ติดเชื้อเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ผู้ที่เคยติดเชื้อนี้จะมีภูมิคุ้มกันอยู่ตลอดชีวิตและจะไม่เป็นโรคนี้อีก การติดต่อโรคไวรัสตับอักเสบ เอ อาจติดต่อได้จากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อเข้าไป หรือเกิดจากการติดเชื้อจากคนหนึ่งสู่อีกคน เชื้อจะเจริญเติบโตในตับและจะถูกขับออกทางน้ำดีและอุจาระ มักจะระบาดในชุมชนที่อยู่กันหนาแน่นและไม่ถูกสุขลักษณะ แต่เชื้อนี้ไม่ติดต่อทางน้ำลายหรือปัสสาวะ ระยะเวลาที่ติดเชื้อจากคนอื่นได้ง่ายที่สุดคือระยะเวลาก่อนเกิดอาการ 2 สัปดาห์และอาจจะอยู่ได้หลายสัปดาห์หลังจากมีอาการตัวเหลืองตาเหลืองแล้วโดยเฉพาะช่วงเวลาที่ผลเลือดมีการอักเสบของตับ แม้ว่าผลเลือดจะกลับสู่ปกติเราก็ยังสามารถพบเชื้อในเลือดของผู้ป่วยได้ และโรคนี้มักจะไม่ติดต่อทางการให้เลือดเนื่องจากช่วงที่มีเชื้อในกระแสเลือดผู้ป่วยมักจะเกิดอาการของโรคแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ ก่อนการบริจาคเลือด

88/21 สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์. 02 5903162 อีเมล์ nhubenja@gmail.com
Copyright @ 2013 www.thaigcd.ddc.moph.go.th All Rights Reserved. PrivacyPolicy | WebsitePolicy | WebsiteSecurityPolicy
Valid XHTML 1.0 Strict thaiwebaccessibility.com
Back to Top